<?xml version="1.0" encoding="utf-8" standalone="yes"?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"><channel><title>Productivity on TECHFOR by Suriya Sonphu</title><link>http://suriyasonphu.com/categories/productivity/</link><description>Recent content in Productivity on TECHFOR by Suriya Sonphu</description><generator>Hugo -- gohugo.io</generator><language>th</language><lastBuildDate>Mon, 13 Apr 2026 00:00:00 +0000</lastBuildDate><atom:link href="http://suriyasonphu.com/categories/productivity/index.xml" rel="self" type="application/rss+xml"/><item><title>ใช้ Obsidian เป็น Second Brain สำหรับ Application Repository</title><link>http://suriyasonphu.com/post/obsidian-second-brain-application-repositories/</link><pubDate>Mon, 13 Apr 2026 00:00:00 +0000</pubDate><guid>http://suriyasonphu.com/post/obsidian-second-brain-application-repositories/</guid><description>&lt;img src="http://suriyasonphu.com/post/obsidian-second-brain-application-repositories/cover.png" alt="Featured image of post ใช้ Obsidian เป็น Second Brain สำหรับ Application Repository" />&lt;p>โปรเจ็กต์ซอฟต์แวร์จำนวนมากไม่ได้มีปัญหาเพราะมองไม่เห็นโค้ด แต่มีปัญหาเพราะมองไม่เห็นบริบท&lt;/p>
&lt;p>ใน repository อาจมี source code ครบ แต่เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจกลับกระจายอยู่ในแชต โน้ต ภาพหน้าจอ หรืออยู่ในความทรงจำของใครบางคน พอเป็นแบบนี้ นักพัฒนาคนใหม่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจโปรเจ็กต์ และ AI agents ก็จะได้บริบทที่ไม่ครบ Obsidian ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการทำให้ความรู้ของโปรเจ็กต์กลายเป็น second brain ที่ค้นหาได้ เชื่อมโยงกันได้ และดูแลต่อได้ง่าย&lt;/p>
&lt;p>แนวคิด second brain เป้นแนวคิดที่ดีโดยการเก็บโน้ตสำคัญของโปรเจ็กต์ไว้ใน repository และเขียนในรูปแบบที่ทั้งคนและ AI อ่านได้ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องการให้ repo ไม่ได้เก็บเพียงแค่ source code โดยเก็บเอกสาร ข้อมูลที่สำคัญ ไอเดีย รวมถึงความรู้ที่ใช้ในการพัฒนาไว้ด้วย&lt;/p>
&lt;p>จริงๆ แล้ว การเขียนเอกสารในโปรเจ็ค นิยมใช้ Markdown เพื่อบอกรายละเอียดของการตั้งค่าโปรเจ็ค หรือบอก History changes แต่ถ้าเราจะทำเอกสารของทั้งโปรเจ็ค Markdown อย่างเดียวคงจะยุ่งเหยิง โดย Obsidian มาช่วยสร้างให้เอกสาร Markdown เหล่านั้นสามารถเชื่อมโยงกันได้&lt;/p>
&lt;h2 id="ทำไมตอง-obsidian">ทำไมต้อง Obsidian
&lt;/h2>&lt;p>Obsidian เป็นระบบที่สามารถสร้างเอกสารแบบเชื่อมโยงกันได้ ซึ่งเหมาะกับงานพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ความสามารถของ Obsidian สามารถประยุกต์ใช้เป็นระบบ Knowlege Mangement รวมถึงการทำ Project management ได้อีกด้วย เนื่องจากมีปลั๊กอินมากมาย เช่น Calendar, timeline เป็นต้น&lt;/p>
&lt;p>เมื่อเราเชื่อมโน้ตเรื่อง architecture, product decisions, APIs และ bugs เข้าด้วยกัน เราจะได้เอกสารของโปรเจ็กต์อย่างมีระบบ นักพัฒนาสามารถเปิดโน้ตหนึ่งแล้วกระโดดไปดูการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องได้ทันที ส่วน AI agent ก็ทำแบบเดียวกันได้ ถ้าโน้ตเหล่านั้นอยู่ในรูปแบบ markdown ภายใน repo&lt;/p>
&lt;h2 id="ตวอยาง-folder-structure">ตัวอย่าง Folder Structure
&lt;/h2>&lt;p>&lt;img src="http://suriyasonphu.com/post/obsidian-second-brain-application-repositories/exmaple-obsidian.png"
width="1110"
height="659"
srcset="http://suriyasonphu.com/post/obsidian-second-brain-application-repositories/exmaple-obsidian_hu_1f5b083d16a4e074.png 480w, http://suriyasonphu.com/post/obsidian-second-brain-application-repositories/exmaple-obsidian_hu_8a36427345ab3f60.png 1024w"
loading="lazy"
alt="ตัวอย่าง"
class="gallery-image"
data-flex-grow="168"
data-flex-basis="404px"
>&lt;/p>
&lt;div class="highlight">&lt;pre tabindex="0" style="color:#f8f8f2;background-color:#272822;-moz-tab-size:4;-o-tab-size:4;tab-size:4;">&lt;code class="language-text" data-lang="text">&lt;span style="display:flex;">&lt;span>docs/
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> overview.md
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> architecture.md
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> decisions/
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> 2026-04-13-auth-flow.md
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> 2026-04-13-database-choice.md
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> features/
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> payments.md
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> search.md
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> meetings/
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span> 2026-04-13-planning.md
&lt;/span>&lt;/span>&lt;/code>&lt;/pre>&lt;/div>&lt;p>โน้ตที่ดีควรตอบคำถามหนึ่งเรื่องให้ชัด&lt;/p>
&lt;ul>
&lt;li>&lt;code>overview.md&lt;/code>: ระบบนี้คืออะไร และสร้างมาเพื่อใคร&lt;/li>
&lt;li>&lt;code>architecture.md&lt;/code>: ส่วนประกอบหลักของระบบเชื่อมกันอย่างไร&lt;/li>
&lt;li>&lt;code>decisions/&lt;/code>: ทำไมจึงตัดสินใจแบบนั้น และมี trade-off อะไร&lt;/li>
&lt;li>&lt;code>features/&lt;/code>: แต่ละฟีเจอร์ทำอะไร และมีพฤติกรรมอย่างไร&lt;/li>
&lt;li>&lt;code>meetings/&lt;/code>: มีการคุยอะไรกัน และมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง&lt;/li>
&lt;/ul>
&lt;p>Best practice:&lt;/p>
&lt;ul>
&lt;li>เก็บโน้ตเป็น markdown ไว้ใน repo หรือในโฟลเดอร์ docs ที่เชื่อมกันชัดเจน&lt;/li>
&lt;li>ให้แต่ละโน้ตโฟกัสเพียงเรื่องเดียว เช่น หัวข้อ การตัดสินใจ หรือฟีเจอร์หนึ่งอย่างถ้ามีรายละเอียด&lt;/li>
&lt;li>ถ้ามีการแก้ไขหรืออัพเดต source code เดิม ควรปรับปรุงโน้ต pull request เดียวกัน&lt;/li>
&lt;li>เชื่อมโยงโน้ตที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อให้ obsidian สามารถสร้างการเชื่อมโยงแบบกราฟได้&lt;/li>
&lt;/ul>
&lt;p>โน้ตควรกระชับตาม concept TR;DR (Too long, Don&amp;rsquo;t read) และสร้างการเชื่อมโยงที่จำเป็น เช่น ถ้ามี decision ที่กระทบกับระบบ authentication ก็ควรลิงก์จาก architecture note และ feature note ที่เกี่ยวข้องด้วย จะช่วยทำให้ vault มีประโยชน์&lt;/p>
&lt;h2 id="การ-link-notes">การ Link Notes
&lt;/h2>&lt;p>ตัวอย่างเช่น:&lt;/p>
&lt;div class="highlight">&lt;pre tabindex="0" style="color:#f8f8f2;background-color:#272822;-moz-tab-size:4;-o-tab-size:4;tab-size:4;">&lt;code class="language-markdown" data-lang="markdown">&lt;span style="display:flex;">&lt;span># architecture
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>ระบบนี้ใช้ token-based login flow ตามที่อธิบายไว้ใน [[2026-04-13-auth-flow]].
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>ฟีเจอร์ search ถูกแยกเป็นอีกโมดูลหนึ่ง ดูรายละเอียดพฤติกรรมได้ที่ [[search]].
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>การตัดสินใจเรื่องฐานข้อมูลปัจจุบันถูกบันทึกไว้ใน [[2026-04-13-database-choice]].
&lt;/span>&lt;/span>&lt;/code>&lt;/pre>&lt;/div>&lt;p>และภายใน feature note:&lt;/p>
&lt;div class="highlight">&lt;pre tabindex="0" style="color:#f8f8f2;background-color:#272822;-moz-tab-size:4;-o-tab-size:4;tab-size:4;">&lt;code class="language-markdown" data-lang="markdown">&lt;span style="display:flex;">&lt;span># search
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>ฟีเจอร์ search รองรับการค้นหาสินค้า การกรอง และการจัดลำดับผลลัพธ์
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>โน้ตที่เกี่ยวข้อง:
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>&lt;span style="color:#66d9ef">-&lt;/span> [[architecture]]
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>&lt;span style="color:#66d9ef">-&lt;/span> [[2026-04-13-database-choice]]
&lt;/span>&lt;/span>&lt;span style="display:flex;">&lt;span>&lt;span style="color:#66d9ef">-&lt;/span> [[2026-04-13-planning]]
&lt;/span>&lt;/span>&lt;/code>&lt;/pre>&lt;/div>&lt;p>เมื่อใช้วิธีนี้ คนสามารถไล่ดูจาก architecture ไปยังฟีเจอร์ และต่อไปยังเอกสารการตัดสินใจได้ ส่วน AI agent ก็สามารถตามเส้นทางของ markdown ที่เชื่อมโยงกันนี้เพื่อทำความเข้าใจ repo ได้ดีขึ้นมากเช่นกัน&lt;/p>
&lt;h2 id="ประโยชนทไดรบของนกพฒนา">ประโยชน์ที่ได้รับของนักพัฒนา
&lt;/h2>&lt;p>สำหรับนักพัฒนา ประโยชน์หลักคือความเร็วและความชัดเจน&lt;/p>
&lt;p>นักพัฒนาคนใหม่สามารถเปิด repo แล้วเข้าใจได้เร็วขึ้นว่าผลิตภัณฑ์คืออะไร architecture เป็นอย่างไร และมี trade-off สำคัญตรงไหนบ้าง วิศวกรอาวุโสสามารถทบทวน decision ได้โดยไม่ต้องถามหลายคนซ้ำๆ และ product owner ก็อ่านโน้ตชุดเดียวกันเพื่อเข้าใจว่าทำไมฟีเจอร์นี้ถึงมีอยู่&lt;/p>
&lt;p>สิ่งนี้ช่วยลดการอธิบายซ้ำ และลดความเสี่ยงจากการแก้ของสำคัญโดยไม่รู้ว่าทำไมระบบจึงถูกออกแบบมาแบบนั้น&lt;/p>
&lt;p>สำคัญคือการ contribute เอกสารอย่างสม่ำเสมอ กระชับ เชื่อมโยงได้เป็นสิ่งสำคัญ&lt;/p>
&lt;h2 id="ai-agents-ไดประโยชนอยางไร">AI Agents ได้ประโยชน์อย่างไร
&lt;/h2>&lt;p>ในยุคนี้นักพัฒนาต้องทำงานร่วมกับ AI Agents ดังนั้น AI agents จะทำงานได้ดีขึ้นมากเมื่อ context มีโครงสร้างที่ชัดเจน&lt;/p>
&lt;p>ถ้าใน repository มีโน้ต markdown ที่ชัดเจน agent จะสามารถ:&lt;/p>
&lt;ul>
&lt;li>สรุป architecture ปัจจุบันได้&lt;/li>
&lt;li>อธิบายได้ว่าทำไมฟีเจอร์หนึ่งจึงมีอยู่&lt;/li>
&lt;li>ร่าง implementation plan ใหม่ได้&lt;/li>
&lt;li>เสนอการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับ decision เดิมได้&lt;/li>
&lt;li>และชี้ให้เห็น documentation ที่ยังขาดอยู่ได้&lt;/li>
&lt;/ul>
&lt;p>นั่นหมายความว่า agent ไม่ได้อ่านจาก source code อย่างเดียว แต่กำลังอ่านความทรงจำของโปรเจ็กต์อยู่ด้วย ซึ่งจะทำให้ประหยัด Tokens&lt;/p>
&lt;hr>
&lt;p>ในการเขียนโน้ตให้เขียนเหมือนที่เราเขียนโค้ด คือชัดเจน กระชับ และอัปเดตเมื่อความจริงเปลี่ยนไป&lt;/p>
&lt;p>ถ้าโน้ตยาวเกินไปให้แยก ถ้า decision นั้นเลิกใช้แล้วก็ควรระบุให้ชัด ถ้าฟีเจอร์เปลี่ยน ควรอัปเดตโน้ตที่เกี่ยวข้องใน pull request เดียวกัน วิธีนี้จะทำให้ knowledge base ยังเชื่อถือได้เสมอ&lt;/p>
&lt;p>Obsidian เป็นเครื่องมือทรงพลัง เมื่อเราไม่ได้ใช้มันเป็นไดอารีส่วนตัว แต่ใช้มันเป็น shared project memory&lt;/p>
&lt;p>ดังนั้นเราสามารถสร้างความทรงจำของโปรเจ็คได้ ด้วยการใช้ obsidian เป็นมันสมองที่สอง (Second brain)&lt;/p>
&lt;p>ความทรงจำนี้ช่วยให้คนทำงานได้เร็วขึ้น ช่วยให้ AI agents เข้าใจ codebase ดีขึ้น และช่วยให้ทีมมีบันทึกที่ชัดเจนว่า decision ต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร ผลลัพธ์คือการทำงานร่วมกันที่ลื่นขึ้น มี friction น้อยลง และทำให้ repo อ่านเข้าใจได้ง่าย แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม&lt;/p>
&lt;p>ลองใช้ได้เลย &lt;a class="link" href="https://obsidian.md/help/install" target="_blank" rel="noopener"
>https://obsidian.md/help/install&lt;/a>&lt;/p></description></item><item><title>คุณจะประสบความสำเร็จได้ หากคุณหลีกเลี่ยง Cheap Dopamine</title><link>http://suriyasonphu.com/post/cheap-dopamine-success/</link><pubDate>Sat, 06 Dec 2025 00:00:00 +0000</pubDate><guid>http://suriyasonphu.com/post/cheap-dopamine-success/</guid><description>&lt;img src="http://suriyasonphu.com/post/cheap-dopamine-success/cover.png" alt="Featured image of post คุณจะประสบความสำเร็จได้ หากคุณหลีกเลี่ยง Cheap Dopamine" />&lt;p>ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งรบกวน สมองของเราถูกกระตุ้นด้วย &amp;ldquo;โดปามีนราคาถูก&amp;rdquo; (Cheap Dopamine) อยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้คือความสุขชั่ววูบที่เราได้จากการไถฟีดโซเชียลมีเดีย ดูซีรีส์มาราธอน หรือกินอาหารขยะ มันรู้สึกดีในขณะนั้น แต่กลับส่งผลเสียต่อเราในระยะยาว การวิจัยระบุว่าการใช้โซเชียลมีเดียสามารถกระตุ้นระบบการให้รางวัลของสมองในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการเสพติดสารเสพติด (Turel et al., 2014)&lt;/p>
&lt;p>ความสำเร็จต้องการความพยายามที่ต่อเนื่อง สมาธิ และความสามารถในการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน นี่คือที่มาของ &amp;ldquo;โดปามีนราคาแพง&amp;rdquo; (Expensive Dopamine) มันคือความพึงพอใจที่เราได้รับหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก ทำโปรเจกต์ยากๆ จนเสร็จ หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ มันได้มาอยากกว่า แต่มันคุ้มค่ากว่ามาก&lt;/p>
&lt;h2 id="cheap-dopamine-คออะไร">Cheap Dopamine คืออะไร?
&lt;/h2>&lt;p>Cheap Dopamine คือรางวัลที่สมองได้รับโดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ มันคือความรู้สึก &amp;ldquo;ฟิน&amp;rdquo; เวลาที่เราได้ไลค์บน Instagram เห็นแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา หรือกินขนมหวานๆ&lt;/p>
&lt;p>ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โดปามีน แต่อยู่ที่ &lt;em>แหล่งที่มา&lt;/em> และ &lt;em>ความง่าย&lt;/em> ของมัน เมื่อสมองของคุณเคยชินกับโดปามีนระดับสูงที่ได้มาฟรีๆ มันจะเริ่มเสพติดสิ่งเหล่านั้น การทำงานหนักซึ่งหลั่งโดปามีนช้ากว่าและต้องใช้แรงมากกว่า จึงกลายเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจน้อยลง นี่คือสาเหตุว่าทำไมการอ่านหนังสือถึงยากจังหลังจากที่เราไถ TikTok มาเป็นชั่วโมง&lt;/p>
&lt;h2 id="ราคาทตองจายใหกบความสขชววบ">ราคาที่ต้องจ่ายให้กับความสุขชั่ววูบ
&lt;/h2>&lt;ol>
&lt;li>&lt;strong>สมาธิสั้นลง:&lt;/strong> ช่วงความสนใจของคุณสั้นลง เพราะคุณฝึกให้สมองมองหาความแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา&lt;/li>
&lt;li>&lt;strong>ขาดแรงบันดาลใจ:&lt;/strong> ทำไมต้องทำงานหนักเพื่อรางวัลในอนาคต ในเมื่อคุณหาความสุขได้ตอนนี้เลยฟรีๆ?&lt;/li>
&lt;li>&lt;strong>วิตกกังวลและกระสับกระส่าย:&lt;/strong> ความต้องการสิ่งกระตุ้นตลอดเวลาทำให้ความเงียบและความน่าเบื่อกลายเป็นเรื่องที่ทนไม่ได้&lt;/li>
&lt;/ol>
&lt;h2 id="expensive-dopamine-เสนทางสความสำเรจ">Expensive Dopamine: เส้นทางสู่ความสำเร็จ
&lt;/h2>&lt;p>&amp;ldquo;โดปามีนราคาแพง&amp;rdquo; คือระบบการให้รางวัลของคนที่ประสบความสำเร็จ มันได้มาผ่าน:&lt;/p>
&lt;ul>
&lt;li>&lt;strong>Deep Work:&lt;/strong> การใช้เวลาจดจ่อกับการแก้ปัญหายากๆ&lt;/li>
&lt;li>&lt;strong>การออกกำลังกาย:&lt;/strong> การผลักดันร่างกายให้ก้าวข้ามขีดจำกัด&lt;/li>
&lt;li>&lt;strong>การเรียนรู้:&lt;/strong> ความยากลำบากในการทำความเข้าใจสิ่งใหม่ๆ&lt;/li>
&lt;li>&lt;strong>การอดเปรี้ยวไว้กินหวาน:&lt;/strong> การเก็บออมเงิน การสร้างธุรกิจ หรือการทำตามเป้าหมายระยะยาว&lt;/li>
&lt;/ul>
&lt;p>ความสามารถในการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน (Delayed Gratification) เป็นตัวบ่งชี้สำคัญของความสำเร็จ การทดลอง &amp;ldquo;Marshmallow Experiment&amp;rdquo; ที่มีชื่อเสียง แสดงให้เห็นว่าเด็กที่สามารถรอคอยรางวัลที่ใหญ่กว่า (มาร์ชเมลโลว์สองชิ้น) แทนที่จะรับรางวัลเล็กน้อยทันที (มาร์ชเมลโลว์หนึ่งชิ้น) มีแนวโน้มที่จะมีชีวิตที่ดีกว่า ทั้งในด้านผลการเรียนและสุขภาพ (Mischel et al., 1972)&lt;/p>
&lt;p>เมื่อคุณปลีกตัวออกจากโดปามีนราคาถูก คุณจะรีเซ็ตค่ามาตรฐานของสมอง ความน่าเบื่อจะกลายเป็นเครื่องมือสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหนี งานยากๆ จะกลายเป็นความท้าทายที่น่าสนุก แทนที่จะเป็นอุปสรรคที่ข้ามไม่พ้น&lt;/p>
&lt;h2 id="วธดทอกซและกคนสมาธของคณ">วิธีดีท็อกซ์และกู้คืนสมาธิของคุณ
&lt;/h2>&lt;ol>
&lt;li>&lt;strong>Digital Detox:&lt;/strong> จำกัดการใช้โซเชียลมีเดียและความบันเทิงอย่างเข้มงวด&lt;/li>
&lt;li>&lt;strong>โอบกรับความน่าเบื่อ:&lt;/strong> ปล่อยให้ตัวเองอยู่เฉยๆ บ้าง ปล่อยให้ความคิดล่องลอยโดยไม่ต้องหยิบมือถือ&lt;/li>
&lt;li>&lt;strong>ทำสิ่งที่ยาก:&lt;/strong> ตั้งใจจัดตารางงานยากๆ ไว้ในช่วงเช้าที่พลังใจของคุณยังเต็มเปี่ยม&lt;/li>
&lt;li>&lt;strong>จินตนาการถึงรางวัลระยะยาว:&lt;/strong> มองไปที่เป้าหมาย เตือนตัวเองว่า &lt;em>ทำไม&lt;/em> คุณถึงต้องเสียสละความสุขตอนนี้&lt;/li>
&lt;/ol>
&lt;p>&lt;img src="http://suriyasonphu.com/post/cheap-dopamine-success/dopamine-info-th.png"
width="2048"
height="2048"
srcset="http://suriyasonphu.com/post/cheap-dopamine-success/dopamine-info-th_hu_c93744eec48161be.png 480w, http://suriyasonphu.com/post/cheap-dopamine-success/dopamine-info-th_hu_c1e42b21246b0846.png 1024w"
loading="lazy"
alt="Cheap Dopamine vs Expensive Dopamine"
class="gallery-image"
data-flex-grow="100"
data-flex-basis="240px"
>&lt;/p>
&lt;blockquote>
&lt;h3 id="ความสำเรจไมใชเรองของโชคชะตา">ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา
&lt;/h3>&lt;p>แต่เป็นเรื่องของวินัย การเลือกโดปามีนราคาแพงแทนของถูก คุณกำลังปรับโครงสร้างสมองเพื่อความสำเร็จโดยตรง&lt;/p>&lt;/blockquote>
&lt;h2 id="เอกสารอางอง">เอกสารอ้างอิง
&lt;/h2>&lt;ul>
&lt;li>Mischel, W., Ebbesen, E. B., &amp;amp; Raskoff Zeiss, A. (1972). Cognitive and attentional mechanisms in delay of gratification. &lt;em>Journal of Personality and Social Psychology&lt;/em>, 21(2), 204–218.&lt;/li>
&lt;li>Turel, O., He, Q., Xue, G., Xiao, L., &amp;amp; Bechara, A. (2014). Examination of neural systems sub-serving facebook &amp;ldquo;addiction&amp;rdquo;. &lt;em>Psychological reports&lt;/em>, 115(3), 675-695.&lt;/li>
&lt;/ul></description></item></channel></rss>